เจ้าที่แรงแค่ไหน เธอก็ไม่กลัว ลบหลู่จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!!


               เอาเรื่องผีมาฝากอีกแล้วจ้าา นี่มันบล๊อกอะไรกันหนอ ฟังไปพิมพ์ไป ก็สนุกดีเหมือนกัน เรื่องผีเด็ดๆ นี่ต้องฟัง The shock FM ที่เดียวเลย เรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า "อย่ามาเก่งกับกู" จากคุณกิ๊กเมืองเลยคร๊า


             เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว คุณกิ๊กทำงานอยู่ที่จังหวัดเลย เป็นเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย ฝั่งนึงเป็นวัด อีกฝั่งเป็น กศน. เก่า ด้วยความเป็นน้องใหม่ คุณกิ๊กเลยรับเวรอยู่กลางคืนทั้งหมด ชาวบ้านก็เตือนว่าที่นี้เจ้าที่แรงนะ แต่คุณกิ๊กด้วยความที่ไม่กลัวเรื่องแบบนี้เลยพูดออกไปทำนองว่า ไม่กลัวหรอก อยากเจอจริงๆ


             คืนแรกที่อยู่เวรคนเดียว คุณกิ๊กทำงานอยู่ที่ชั้นล่าง อยู่ดีดีก็ได้กลิ่นหอมอ่อนเหมือนดอกไม้ คุณกิ๊กก็คิดในใจว่ามาแล้วเหรอไม่กลัวหรอก เหมือนท้า สักพักคุณกิ๊กได้ยินเสียงราดน้ำจากห้องน้ำชั้นสอง ซึ่งวันนั้นไม่มีใครอยู่ชั้นบนแน่ๆ ด้วยความที่คุณกิ๊กอยากรู้อยากเห็นและไม่กลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อดูว่าจะมีอะไรไหม ปรากฏว่าในห้องน้ำไม่มีแม้แต่น้ำสักหยดเดียว


             วันต่อมามีการทำบุญในหมู่บ้าน ชาวบ้านเลยมาเตือนว่าให้คุณกิ๊กไหว้เจ้าที่เจ้าทางเพราะมาใหม่ คุณกิ๊กเลยจัดของคาวของหวานมาไหว้ที่หน้าบ้านพักในช่วงประมาณหกโมงเย็น พอเช้ามาพี่ผู้ชายสองคนที่อยู่บ้านหลังตรงข้ามก็มาทักคุณกิ๊กว่า ชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้านทำไมไม่พาเข้าไปกินในบ้าน ทำไมให้เพื่อนมาจุดเทียนกินนอกบ้าน เขาก็พูดกันขำๆ คุณกิ๊กก็ตอบไปว่าไม่ได้ชวนเพื่อนมาบ้าน แต่แค่หาข้าวหาปลาไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ผู้ชายสองคนนั้นก็หน้าเหวอ แล้วรีบเดินหนีไปเลย


              อยู่มาเรื่อยๆ คุณกิ๊กก็เริ่มสงสัยว่าทำไมชาวบ้านถึงได้โม้นักโม้หนาว่าเจ้าที่ที่นี่แรงมากเลย คืนหนึ่งคุณกิ๊กอยู่เวรก็ได้ยินเสียงเคาะ ก๊อกๆๆ คุณกิ๊กไม่ได้กลัวอยู่แล้ว ออกแนวรำคาญมากกว่า เลยพูดออกไปว่า อย่ามายุ่งได้ไหม ถ้าออกมาให้เจอเดี๋ยวจะจับถ่วงน้ำเลย พอออกเวรก็กลับไปนอนที่บ้านพัก คุณกิ๊กก็ฝันไปว่ามีคนมาเรียกว่า "หมอๆ" คุณกิ๊กก็ออกไปส่องที่หน้าต่างบ้านพัก ก็เห็นคนเป็นร้อยๆ คนยืนอยู่หน้าบ้าน ชี้หน้าคุณกิ๊กแล้วว่า "มึงลงมาๆ" แล้วหน้าก็เปลี่ยนเป็นหน้าเน่าๆ เละๆ หลังจากนั้นคุณกิ๊กก็ป่วยหนักจนถึงขั้นไปทำงานไม่ได้ คุณกิ๊กตัดสินใจโทรหายายเพื่อบอกว่าไม่สบาย ยายคุณกิ๊กไปร่างทรง เขาบอกมาว่าคุณกิ๊กไปลบหลู่เขา แถมที่ที่คุณกิ๊กอยู่ยังเป็นป่าช้าเก่าแต่คุณกิ๊กไม่รู้ หลังจากนั้นคุณกิ๊กก็ไม่นอนที่บ้านพักอีกเลย เทียวไปเทียวมาบ้านกับอนามัยแทน


              พี่ผู้ชายที่อยู่ตรงข้ามก็เจอเหมือนกันคือเขาเดินลงมากลางดึกเจอคนมายืนอยู่หลังบ้านแล้วชี้หน้าด่าว่าทำไมมาอยู่แล้วไม่เคารพเขา  หลังจากที่คุณกิ๊กหายป่วยก็ได้ทำพิธีขอขมาจนรู้สึกสบายใจขึ้น 
ช่วงที่เจอคือช่วงที่ทำงานได้ประมาณปีกว่าๆ แล้วหลังจากนั้นคุณกิ๊กก็พาแม่มาอยู่เวรเป็นเพื่อนด้วย เพราะต้องทำงานให้ครบสามปีถึงจะทำเรื่องย้ายได้





              รู้สึกว่าคุณกิ๊กนี่จะเก่งจังเลย เป็นซารังจีฮเยนี่คงเผ่นไปตั้งแต่กลิ่นดอกไม้กลางคืนแล้ว



ฟังแบบเต็มๆ ได้ที่ อย่ามาเก่งกับกู - The shock FM

เธอจมน้ำตายที่สำโรง วิญญาณมาปรากฏกายให้คนเห็นอย่างต่อเนื่อง

               มาอีกเรื่องหลอนๆ ของ The Shock Fm เรื่องนี้มีชื่อว่า หลอนกันทั้งซอยที่สำโรง ถ้าได้อ่านเรื่องนี้ หลายๆ คนที่อยู่แถวสำโรงอาจจะมีสะดุ้งกันบ้างล่ะ ซารังจีฮเยไม่รู้ด้วยนะ ว่าอยู่ซอยไหน 
           

           เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว วันนั้นคุณกบไปกินก๋วยเตี๋ยวที่หน้าปากซอย ปรากฏว่ามีคนตกน้ำตายที่ข้างวัด คุณกบก็เลยตามไปดูด้วย เป็นผู้หญิงที่มีลักษณะเหมือนสติไม่ค่อยดี แต่ไม่ถึงกับคุยไม่รู้เรื่อง ซึ่งบ้านเธอห่างกับบ้านคุณกบแค่สองหลัง คือมีอีกหลังที่คั่นกลางอยู่ คนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้หญิงคนนี้นั่งเล่นอยู่ที่บันไดท่าน้ำ แล้วอยู่ดีดีก็ลุกขึ้นยืนทำตาขวางๆ แล้วยกมือไหว้ เหมือนคุยกับใครอยู่ แล้วจู่ๆ ก็เดินจมหายลงไปในน้ำเลย
          เมื่อเอาศพไปไว้ที่วัด ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว และยังไม่ได้เอาศพใส่ในหีบศพ มีเพียงผ้าขาวที่ห่อคลุมศพไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยวางศพไว้บนศาลาและให้สัปปะเหร่อดูแล สัปปะเหร่อเล่าให้ฟังว่าตอนที่ศพถูกห่อผ้าขาวไว้นั้น อยู่ดีดีผ้าขาวก็ตรงหน้าศพก็เปิดออกทั้งๆที่ไม่มีลม แล้วแกก็เดินไปปิด พอผ่านไปอีก ผ้าก็เปิดตรงขาอีก แต่ด้วยความที่แกค่อนข้างเคยชินกับเรื่องพวกนี้เลยไม่ได้คิดอะไรมาก
          ในช่วงเวลาที่จัดงานก็มีคนเล่าให้ฟังว่า คนที่มาร่วมงานคนหนึ่งต้องเดินกลับบ้าน พอเดินเข้าซอยเปลี่ยวก็รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม ตรงหางตาก็เห็นเหมือนมีคนตามอยู่ แต่ก็ยังเดินต่อไปปกติ ไม่ได้กระโตกกระตาก ถือว่ายังพอมีสติ พอมองไปอีกทีก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงคนที่ตายตามมา เขาก็ยังเดินช้าๆ  แต่พอถึงบ้านเขาก็รีบกระโดดขึ้นบ้าน แล้วหันกลับไปดูก็เห็นชัดว่าเป็นคนที่ตายจริงๆ จึงบอกออกไปว่า ขอบคุณนะที่มาส่ง แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เดินหายไปเลย
          มีอีกคนกลับมาจากต่างจังหวัด เขาไม่ทราบว่าผู้หญิงคนนี้ตายไปแล้ว พอขับรถผ่านก็เข้าไปจอดทักทายหยอกเล่นเหมือนปกติ แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่เล่นด้วย เขาก็เลยไม่ได้สนใจแล้วเลิกหยอก พอกลับบ้านก็กลับไปเล่าให้คนที่บ้านฟังว่าไปเจอผู้หญิงคนนี้มา แต่เธอไม่ยอมเล่นด้วย ไม่พูดด้วย ที่บ้านก็ตกใจ แล้วเล่าให้ฟังว่าเธอตายไปหลายวันแล้วนะ
           ครั้งหนึ่งมีคนงานเขมรเลิกงานมาในวันที่ฝนตก ก็แวะมาซื้อของที่ร้านค้าที่บ้านคุณกบแล้วมาเล่าให้ฟังว่า เจอผู้หญิงคนหนึ่งตากฝนเดินเก็บขยะอยู่ แปลกคนแท้ๆ ฝนตกขนาดนั้นก็ยังไม่หลบ แม่คุณกบก็เลยบอกว่าเจอดีเข้าแล้วล่ะ
           เท่านั้นยังไม่พอ คนที่อยู่บ้านติดกันกับผู้หญิงคนนั้น มีอยู่วันหนึ่งเธอลุกขึ้นมาซักผ้าตอนประมาณตีสาม ซึ่งบริเวณที่ต้องซักผ้าก็อยู่ระหว่างบ้านคนตายกับบ้านของเธอ ระหว่างที่เธอเปิดน้ำซักผ้าอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนมีคนดึงสายยาง เธอก็เลยหันไปดู ปรากฏว่าเจอผู้หญิงคนนั้นนั่งสาวสายยางอยู่ เธอก็วิ่งหนีทันที
           ผ่านไปสักพักคนตายน่าจะรู้ตัวแล้วว่าเธอตาย เพราะเริ่มเห็นว่าเธอเริ่มมาเดินร้องไห้ บางคนก็เห็นเธอมานั่งแกว่งเท้าในน้ำเล่น เธอคอยออกมาให้คนเห็นอยู่เป็นแรมเดือน แต่สุดท้ายเรื่องราวนี้ก็จางหายไปตามกาลเวลา



           เรื่องนี้ฟังแล้วนึกภาพตามออกเลยจริงๆ รู้สึกคลาสสิคและใกล้ตัวมาก ชอบหลอนแบบนี้กันไหมคะ


ฟังความหลอนแบบจัดเต็มที่ หลอนกันทั้งซอยที่สำโรง หลอนกันทั้งซอยที่สำโรง
ขอขอบคุณเรื่องเล่าจาก The Shock FM 

ยายป่วยหนัก โดนหลานสาวปล่อยให้กินอุจจาระตัวเอง เมื่อตายไปความแค้นจึงกลายเป็นคำสาปแช่งหลอนๆ

             เขาบอกว่าคำสาปแช่งจากปากคนนี่มันยิ่งกว่าหายนะ คงไม่มีใครอยากโดนสาปโดนแช่งกันหรอกจริงไหมคะ แต่เพียงเพราะความเป็นเด็ก ความเหนื่อยล้า ความหงุดหงิด มันทำให้คนๆ หนึ่งต้องกระทำให้สิ่งที่ไม่ควรทำ และทำให้เธอโดนคำสาปแช่งมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ซารังจีฮเยฟังมาจากรายการ The Shock FM คลื่นวิทยุที่เป็นอันดับหนึ่งในการนำเสนอเรื่องราวลึกลับ และซารังจีฮเยถือว่าเป็นแฟนคลับตัวยงของรายการนี้ ฟังเช้า ฟังเย็น ฟังแล้วอยากให้คนอื่นได้ฟังด้วย แต่ก็เข้าใจว่าบางคนไม่กล้าฟังความสยองนั่น ซารังจีฮเยเลยพิมพ์มาให้อ่านกันค่ะ
           


             เรื่องนี้เป็นเรื่องของยายของเพื่อนของคุณก้อยที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน ในตอนนั้นคุณก้อยอายุประมาณสิบห้า คุณก้อยเคยไปเที่ยวบ้านยายของเพื่อนที่ปากเกร็ด ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าไป ยายของเพื่อนคุณก้อยเป็นคนมอญ ตอนนั้นยายอายุประมาณแปดสิบห้า ลักษณะรูปร่างผอมบาง ผมขาวยาวเกล้ามวย บ้านยายอยู่แถวปากเกร็ด ในห้องของยายจะมีหม้อดินแขวนอยู่ในห้อง โดยคุณก้อยได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่าคุณยายของเพื่อนคุณก้อยเลี้ยงผี ทำให้ตอนนั้นคุณก้อยค่อนข้างจะกลัวยายคนนี้มาก
            

              มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คุณยายป่วย ต้องมารักษาตัวในเมือง และมานอนพักที่บ้านของเพื่อนคุณก้อย ทำให้คุณก้อยมีโอกาสได้ไปดูแลคุณยายช่วยเพื่อนด้วย  ตอนนั้นคุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว คืออุจจาระปัสสาวะเรี่ยราด ตอนนั้นคุณก้อยก็ไม่อยากทำ แต่ก็สงสารเพื่อน เพราะพ่อกับแม่เพื่อนไม่อยู่ เพื่อนคุณก้อยเริ่มโมโหคุณยายที่ทำบ้านสกปรก ตอนนั้นคุณยายเลอะเลือนจนถึงขั้นกินอุจจาระตัวเอง  คุณก้อยก็บอกเพื่อนดู  แต่ด้วยความที่เพื่อนไม่พอใจคุณยายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงบอกให้ปล่อยให้กินไปเลย ชอบทำให้สกปรกดีนัก จนคุณยายอาการหนักต้องไปหาหมอ แล้วคุณยายก็ขอกลับบ้าน แต่ไม่ทันได้กลับแกก็เสียชีวิตก่อน ก็ต้องเอาศพไว้ที่บ้านเพื่อนของคุณก้อย พอมาถึงบ้านแล้วพ่อแม่ของเพื่อนก็จะไปตามผู้ใหญ่มา โดยให้คุณก้อยกับเพื่อนเฝ้าศพที่นอนอยู่บนเสื่อ ทั้งสองคนก็กลัวมากเพราะเป็นเวลากลางคืนแถมหมายังหอนเสียงดังอีกต่างหาก บ้านของเพื่อนคุณก้อยเป็นลักษณะบ้านไม้คนจีนเป็นประตูบานพับ ทั้งสองก็เปิดประตูทิ้งไว้จนชวนกันออกไปนั่งรอที่หน้าบ้าน จุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่าง จู่ๆ ก็มีแมวดำเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสองก็ช่วยกันจับไว้  พอผู้ใหญ่กลับมาก็เอาศพคุณยายไปที่ปากเกร็ดบ้านคุณยาย ห้องน้ำบ้านคุณยายจะเป็นแบบสมัยก่อนคืออยู่นอกตัวบ้าน พอไปเข้าห้องน้ำก็จะได้ยินเสียงเหมือนคนเรียก ซึ่งเสียงเหมือนคุณยายมาก ก็เลยตัดสินใจไม่ไปเข้าห้องน้ำกัน
      

              จนถึงวันเผา จะใช้วิธีการเผาแบบเอาศพห่อเสื่อบนแท่งปูนลักษณะสี่เหลี่ยมแล้วเอาฟืนมาวางซ้อนเอาศพวางทับแล้วก็จุดไฟเผา ระหว่างเผาอยู่ดีดีศพของยายก็ดีดขึ้นลุกขึ้นนั่ง แล้วคนในงานคนหนึ่งอยู่ดีดีก็ร้องไห้เป็นเสียงยาย แล้วก็พูดออกมาว่า "อีจุ๋มมันแกล้งกูตอนกูป่วย มันปล่อยให้กูกินขี้ ขอให้มึงไม่มีคนรัก ขอให้อยู่กับใครไม่ได้ กูเกลียดมัน" ผู้หญิงคนนั้นพูดประมาณนี้ ซึ่งคุณก้อยและเพื่อนก็ตกใจมากเพราะไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ส่วนศพคุณยายที่เผาอยู่พอสัปปะเหร่อดันลง ก็ดีดขึ้นนั่งอยู่ตลอด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะว่าเรื่องที่เพื่อนคุณก้อยปฏิบัติกับคุณยายไม่มีใครรู้ จนทุกวันนี้เพื่อนคุณก้อยคนนี้ก็ยังไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัว ซึ่งตรงกับคำสาปแช่งของยาย


ได้รู้แบบนี้แล้ว มีใครที่อยากโดนสาปโดนแช่งอีกไหมคะ 






ฟังแบบเต็มๆ ได้ที่  คำแช่ง - หลอน ศาสตร์

เมื่อวิญญาณบาปไม่ได้ไปผุดไปเกิด กลายเป็นผีเปรตอยู่ข้างกำแพงวัด

                ใครเคยได้ยินเรื่องเปรตบ้าง เขาว่ากันว่าคนที่จะตายกลายเป็นเปรตได้นี่ต้องบาปหนาอย่างมาก เพราะเปรตเป็นวิญญาณที่ทรมานสุดๆ ต้องรับกรรมที่ตนเคยก่อไว้ตอนยังมีชีวิต โดยเฉพาะต้องทนหิวโหยอดอยาก บ้างก็ว่าต้องทนร้อนสุดๆ หรือหนาวอย่างสุดๆ สรุปคือต้องเจ็บปวดอย่างที่สุด 
เรื่องที่จะเอามาเล่าให้ฟังนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ได้ฟังมาจากรายการ The Shock FM ที่ใช้ชื่อเรื่องว่า เปรตตาชื่น ตามชื่อของคนที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นวิญญาณเปรตอยู่ที่วัดแห่งนั้น โดยคนที่มาเผยแพร่เรื่องราวอันหน้าสะพรึงกลัวนี้มีชื่อว่าคุณยุทธ 



              คุณยุทธเป็น รปภ. อยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนของคุณยุทธชวนไปเที่ยวบ้านที่อยุธยา ประมาณสามทุ่มเพื่อนก็ชวนคุณยุทธไปหาปลาที่หลังวัด ซึ่งเป็นคลองส่งน้ำ พอหาปลาได้สักพักช่วงห้าทุ่มก็ได้ยินเสียงหมาหอน แล้วตามด้วยเสียง วิ๊ววว วิ๊ววว ตอนนั้นก็ยังไม่ได้คิดอะไร แต่มีจังหวะหนึ่งที่หางตาของคุณยุทธเหลือบไปที่กำแพงวัดเห็นเป็นร่างสูงๆ ตัวใหญ่เหมือนฝรั่ง คุณยุทธก็คิดไปว่าคงเป็นพระในวัด คุณยุทธจึงเดินไปหาเพื่อนแล้วเล่าให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนก็บอกว่าไม่มีอะไร จนคุณยุทธหันไปดูที่เข้าไปในวัดอีกทีเขาก็เห็นเงาคนสูงประมาณหลังคาโบถส์ อยู่ดีดีร่างนั้นก็เดินตรงมาทางคุณยุทธและเพื่อนๆ จนเห็นขาชัดเจน ทีนี้ทั้งสามคนก็แตกกระเจิดกระเจิงคนละทิศละทาง เพื่อนคนหนึ่งคร่อมมอเตอร์ไซด์ได้กลับบ้านไป คุณยุทธวิ่งกลับมาหาเพื่อนคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้อยู่ เพื่อนก็บอกว่าเขาเห็นเจ้าของร่างสูงนั่นก้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ เขาโดยห่างกันแค่คืบ คุณยุทธชวนเพื่อนคนนั้นเดินกลับบ้านเพราะไม่มีรถแล้ว แต่บังเอิญมองไปทางพุ่มไม้เห็นร่างใหญ่ๆ ก้มลงมาเหมือนมาดูอะไรสักอย่าง คุณยุทธจับมือเพื่อนวิ่งอย่างเดียวโดยมีเป้าหมายคือวิ่งให้ถึงถนนใหญ่ ทั้งสองวิ่งไปร้องโวยวายไปจนถึงบ้านเพื่อน แม่ของเพื่อนคุณยุทธก็ถามว่าไปทำอะไรกันมา ก็เลยเล่าให้แม่ฟังว่าเจอเปรต แม่ของเพื่อนก็บอกว่าแล้วไปกันทำไมตรงนั้น ไม่มีใครเค้าไปกันหรอกเพราะที่นั่นมีเปรตมานานแล้ว เปรตตนนี้เป็นสัปปะเหร่อชื่อตาชื่น ตายไปหลายปีแล้ว แกเป็นคนชอบกินเหล้า ชอบขโมยเงินวัด จนวันหนึ่งแกโดนสิบล้อชนตายในขณะที่กำลังเดินข้ามถนน 

              เวรกรรมมันมีจริงนะคะ ตายไปกลายเป็นเปรตมันน่าทรมานและอนาถใจ เราควรหมั่นทำบุญและละเว้นบาปกันหน่อยละกันเนอะ 


ฟังแบบเต็มๆ ได้ที่ เปรตตาชื่น - คลังสยอง

อยู่อพาร์ทเม้นคนเดียวระวังหลอนเอง "อาถรรพ์ทำเสน่ห์" เรื่องน่ากลัวที่ไม่แนะนำให้อ่านตอนกลางคืน



           ใครชอบเรื่องผีมาทางนี้ วันนี้ซารังจีฮเยเอาเรื่องผีมาฝากกันจ้า สำหรับคนที่ไม่กล้าฟังเสียงเล่า แต่ชอบอ่านมากกว่า ซารังจีฮเยพิมพ์สรุปเรื่องไว้ให้อ่านแล้ว แต่ถ้าอยากได้อรรถรสจริงๆ ต้องฟังนะคะ ซารังจีฮเยจะแปะลิงค์ที่มาไว้ด้านล่างให้





            เรื่องนี้มีชื่อเรื่องว่า "อาถรรพ์ทำเสน่ห์" เป็นเรื่องเล่าของคุณบอยที่ได้เล่าไว้ในรายการวิทยุเกี่ยวกับเรื่องผีชื่อดังอย่าง The Shock FM
            เรื่องมีอยู่ว่า น้องสาวของคุณบอยมีแฟนอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่ตัวเองต้องมาทำงานที่นนทบุรี ซึ่งภรรยาคุณบอยก็สนิทกับน้องสาวเป็นอย่างดี พอมาอยู่ไกลแฟน ก็มีผู้ใหญ่แนะนำให้รู้จักกับผู้ชายที่ทำงานด้วยกันก็เลยคบหากัน พอแฟนของเธอเริ่มเอะใจก็เลยจับผิดได้ จนเป็นเรื่องเป็นราว อยู่มาวันหนึ่งน้องสาวของคุณบอยกลับไปที่บ้านเกิด พอกลับมาจากบ้านก็ได้โทรเรียกคุณบอยมาดูไพ่ให้อีกครั้ง คุณบอยจึงเดินทางไปหาน้องสาวที่ห้องพักเพื่อดูดวงไพ่ให้ ซึ่งความจริงแล้วก่อนจะกลับก็ดูให้ไปแล้ว คุณบอยก็ได้เดินไปที่อพาร์ทเมนต์ของน้องสาวซึ่งอยู่ห่างกันแค่ประมาณร้อยเมตร พอไปถึงน้องสาวก็ลงมาเปิดคีย์การ์ดให้ ห้องของน้องสาวคุณบอยอยู่ชั้นสาม พอคุณบอยเข้าห้องก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล เพราะคุณบอยจะมีสัมผัสเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เลยถามน้องสาวตรงๆ ว่ามีอะไรอยู่ในห้องหรือเปล่า แต่เธอก็ปฏิเสธเสียงแข็ง คุณบอยก็เลยดูดวงไพ่ให้ ปรากฏว่าไพ่ที่ออกมาเป็นสีดำทั้งหมด แล้วยอมรับกับน้องมาไม่ได้ดูเรื่องทั่วไปให้อย่างที่ขอ แต่ดูว่ามันมีอะไรอยู่ในห้อง แต่น้องก็ยังปฏิเสธ แต่คุณบอยรู้สึกไม่ดีแล้ว รู้สึกว่าเหมือนมีคนลูบหลังอยู่ตลอดเวลา คุณบอยเลยหันไปชวนแฟนกลับเพราะรู้สึกไม่โอเค
          
              คุณบอยมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าจะพกขี้ธูปจากศาลเจ้าติดตัวเพื่อป้องตัวจากสิ่งที่มองไม่เห็น คุณบอยก็เอาขี้ธูปให้น้องแล้วบอกว่าให้เอาขี้ธูปป้ายไปตามจุดต่างๆ ในห้อง เพื่อไม่ให้สิ่งไม่ดีมารบกวน หลังจากคุณบอยกลับมาที่ห้องตัวเอง ช่วงดึกๆ ระหว่างที่เขานอนหลับ น้องสาวเขาก็โทรมาบอกว่าให้มาดูให้หน่อย ไม่รู้มีเงาใครเดินวนเวียนไปมาอยู่หน้าห้อง แล้วเหมือนเอาอะไรครูดไปครูดมาตามผนังห้อง คุณบอยก็ค่อนข้างหงุดหงิดเพราะว่ามันดึกมากแล้ว แล้วก็บอกน้องสาวไปว่าจะขึ้นได้ไง ไม่มีคีย์การ์ด แต่น้องสาวก็บอกรหัสให้ไป คุณบอยเลยตัดสินใจชวนแฟนไปด้วยกัน พอขึ้นมาถึงชั้นสามแฟนคุณบอยก็เหมือนจะดึงรั้งคุณบอยไว้แล้วบอกว่าเห็นอะไรสักอย่าง คุณบอยเลยห้ามไม่ให้พูดหรือทักให้เดิมตามมาเงียบๆ ระหว่างที่เดินไปห้องน้องสาว คุณบอยก็เอามือล้วงไปกำขี้ธูปที่พกติดตัวไว้ตลอด เพราะเขาก็เห็นว่ามันมีเงาเหมือนขาคนยืนอยู่ที่หน้าห้องน้องสาว คุณบอยพูดในใจว่า "ถ้าเป็นคนก็แล้วไป แต่ถ้าเป็นผีเจ็บตัวไม่รู้นะ" เหมือนขู่ และเงานั้นก็หายไปทันที กลายเป็นไฟนีออนส่องสว่างปกติ
           
               พอเข้าไปในห้องน้องสาวก็เจอน้องสาวนั่งตัวสั่นอยู่แล้วเล่าให้ฟังว่าระหว่างที่ดูทีวีอยู่เธอก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินลากขาหรือของอะไรสักอย่างกลับไปกลับมาที่หน้าห้อง แล้วก็เอามือมาถูละไปตามประตู ทีนี้คุณบอยก็ถามว่าได้เอาขี้ธูปป้ายตามที่บอกไหม น้องสาวคุณบอยบอกว่าลืม เขาก็เลยทำให้ แล้วก็เอาส่วนหนึ่งของขี้ธูปวางไว้ที่หัวเตียง แล้วบอกน้องสาวว่าถ้ามีอะไรมากวนให้กำแล้วเขวี้ยงใส่แรงๆ แต่อย่าออกจากบริเวณที่มีการป้ายขี้ธูปไว้
            
               เช้าวันต่อมาคุณบอยก็ไปเดินสวนกับน้องที่ตลาด ก็สังเกตุว่าเธอมีหน้าตาหมองคล้ำลง แถมตาก็ไม่มีแววเหมือนคนทั่วไป คุณบอยเริ่มรู้แล้วว่าน้องสาวต้องไปทำอะไรไม่ดีมาแน่ๆ เขาเลยไปทักตรงๆ แต่น้องก็บอกไปโดดแดดมา ยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง คุณบอยบอกว่ามีอะไรให้พูดตรงๆ อย่าปล่อยให้มันผ่านไปนาน เดี๋ยวจะแก้ไม่ได้


               พอตกกลางคืน น้องสาวคุณบอยก็โทรมาอีก คุณบอยเริ่มโมโหเลยถามว่ามีอะไร น้องก็เริ่มเล่าว่าตัวเองลืมล๊อกประตูห้อง มันเลยแง้มๆ อยู่ พอเธอมองไปที่ประตูเห็นใบหน้าของใครก็ไม่รู้ชะโงกหน้าเข้ามาดูในห้องแว๊บหนึ่ง อารามตกใจเธอเลยรีบวิ่งไปปิดประตูทันที สุดท้ายคุณบอยก็ต้องชวนแฟนไปที่ห้องน้องเพื่อที่จะคุยให้เด็ดขาด พอไปถึงห้องน้องคุณบอยก็สวนทางกับเจ้าของอพาร์ทเมนต์พอดี เจ๊เขาเลยบอกว่าพักนี้รู้สึกว่าได้ยินเสียงผู้ชายคุยกันในห้องของน้องสาวคุณบอยทั้งๆที่ห้องล๊อกอยู่ คุณบอยเลยอำว่าเจ๊คงโดนผีหลอก เจ้าของหอก็บอกว่าไม่มีหรอก ตึกเพิ่งทำใหม่

               คุณบอยกับแฟนเดินขึ้นไปถึงชั้นสาม แฟนคุณบอยกระโดดกอดเขาแน่น แล้วบอกว่าเห็นเหมือนศรีษะคนกำลังจ้องไปที่ประตูห้องน้องสาวคุณบอยอยู่ ทั้งสองทำใจดีสู้เสือเดินไปเคาะประตูห้องน้อง น้องก็ตะโกนออกมาว่าเปิดเลยประตูไม่ได้ล๊อก แต่มันเหมือนมีเสียงผู้ชายประสานเสียงออกมาด้วย คุณบอยได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ดีแล้วนะ เขาเอาขี้ธูปที่พกมาเขียนเป็นรูปยันต์มหาอุตที่หน้าประตู น้องสาวคุณบอยนั่งคลุมโปงตัวสั่นอยู่ในห้อง จนในที่สุดก็ยอมรับว่าไปเอาของมา คุณบอยก็เริ่มด่าน้องจนเธอเริ่มร้องไห้  น้องสาวคุณบอยขอให้คุณบอยกับแฟน
นอนด้วยกัน คุณบอยก็ตกลง แต่ระหว่างที่นอนอยู่ก็มีของตกหล่นอยู่ตลอดเวลา หนักสุดคือถาดวางแก้วน้ำบนตู้เย็นที่จู่ๆ ตกลงมาโดนไม่ทราบสาเหตุ คุณบอยก็คิดว่าคงเป็นลมพัดเพราะเปิดประตูหลังห้องไว้ก็เลยลุกไปปิด ผ่านไปสักพักประตูตู้เย็นก็เปิดออกเองอีก อันนี้คือหนักมากมันเป็นไปได้ยังไง  แต่ก็นอนลงไปอีก สักพักน้องสาวก็กรี๊ดขึ้นมาเสียงดังลั่นเพราะเห็นผู้ชายยืนอยู่หน้าห้องน้ำ

                คุณบอยทนไม่ไหวถามว่าของที่เอามาอยู่ไหน เธอก็บอกว่าอยู่ใต้ตะกร้าผ้า คุณบอยก็ไปดู ปรากฏว่าเหมือนตะกร้าผ้ามันสั่นๆ ก็คิดว่าคิดไปเอง พอเอาของออกมาได้ คุณบอยก็บอกให้น้องไปหาพระที่บวชหลายๆ พรรษาให้ทำพิธีเผาให้ และให้น้องหาหุ่นขี้ผึ้งที่แทนตัวเองแล้วเผาไปพร้อมกับของ คุณบอยจุดธูปบอกแล้วอธิฐานว่าถ้าเป็นของไม่ดีให้ออกไปซะ ถ้าทำอะไรล่วงเกินไม่รู้ด้วยนะ ลักษณะของคือเป็นตลับขี้ผึ้งสีดำๆ น้องสาวคุณบอยบอกว่ากระดูกผีเจ็ดป่าช้ากับเส้นผม ซึ่งกลิ่นมันเหม็นๆ อับๆ คุณบอยเอาของใส่รวมไปกับถุงขี้ธูปที่พกติดตัวไว้แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


                จนตอนเช้าจึงพากันไปวัด หลวงพ่อก็เห็นว่ามีคนตามมาด้วย เหมือนมีความอาฆาตแค้นอะไรสักอย่าง คุณบอยเลยบอกให้หลวงพ่อช่วย หลวงพ่อก็เริ่มทำพิธี โดยเอาของไปใส่ไว้ในหม้อดิน ระหว่างที่หลวงพ่อสวดทำพิธี น้องสาวคุณบอยก็อาเจียนออกมาเป็นเหมือนเส้นผม เป็นเศษกระดูก และอาเจียนไม่หยุด หลวงพ่อเลยให้เอาน้ำมนต์ไปราด น้องสาวคุณบอยก็กรี๊ดลั่นวัด จนคนมามุงดูเต็มไปหมด พอผ่านไปสักพักน้องสาวคุณบอยก็อาการดีขึ้น พอกลับมาดูรอยอาเจียนจากที่เป็นสีดำ มีเศษอะไรต่างๆ กลายเป็นสีใสๆ เท่านั้น หลวงพ่อก็เอาทุกอย่างไปเผา แล้วก็ให้น้ำมนต์กลับไปพรมมาทั่วห้อง ช่วงนี้เอาน้ำมนต์สาดในห้องก็เกิดลมพัดหมุนๆ ในห้องที่เปิดประตูไว้
              
                 นับตั้งแต่วันนั้นมาก็ไม่มีใครเจอเรื่องพวกนี้อีกเลย ของที่เธอเอามาก็ได้มาจากแม่ พอจบเรื่องจบราวก็โทรไปถามแม่ว่าแม่เอามาจากไหน แม่ก็บอกเอามาจากจังหวัดชายแดน หมอที่ทำก็เป็นสายอาหรับมลายู สุดท้ายเรื่องก็จบลงด้วยดี น้องสาวคุณบอยก็หมั่นทำบุญตามที่หลวงพ่อแนะนำ


               
                 หลอนกันไหมละคะ หากใครต้องการไปฟังความหลอนแบบเต็มๆ ก็ตามลิงค์ที่มานี้ไปเลย อันนี้ซารังจีฮเยแค่อยากมาเรียบเรียงแบ่งปันให้คนที่ชอบเรื่องผีได้อ่านกันเผื่อว่ากลัวที่จะฟังกัน หากชอบก็กดแชร์กันเยอะๆ นะคะ จะได้มีกำลังใจในการนำมาฝากกันอีก



ฟังความหลอนแบบจัดเต็มที่ อาถรรพ์ทำเสน่ห์
ขอขอบคุณเรื่องเล่าจาก The Shock FM The Shock FM

น่ารักใจละลาย!! เจ้าหญิงดิสนีย์ในเวอร์ชั่นชุดฮันบก

              น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักเจ้าหญิงดิสนีย์ ยิ่งสาวๆ อย่างเราๆ แล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคลั่งไคล้จนถึงขั้นเพ้อฝันว่าอย่างเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์เองด้วยซ้ำ เห็นเหล่าเจ้าหญิงในเวอร์ชั่นปกติว่าน่ารักแล้ว พอมาดูในเวอร์ชั่นเกาหลี ติ่งเกาหลีนี่ใจละลายไปอีก

              นี่เป็นผลงานของนักวาดภาพชาวเกาหลี Na Young Wu ที่จะมาทำให้เราใจละลายไปกับตัวการ์ตูนของเหล่าเจ้าหญิงในเวอร์ชั่นชุดฮันบกสุดคิ้วท์ 

              ไปดูกันเลยค่ะ 


สโนว์ไวน์



ราชินีหิมะ


Wild Swans 




หนูน้อยหมวกแดง 


เจ้าชายกบ




เจ้าหญิงโฉมงามกับเจ้าชายอสูร





อลิซในดินแดนมหัศจรรย์





ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ 




เงือกน้อยผจญภัย 




บอกได้เลยว่า น่ารักจนใจละลาย 







ขอบคุณที่มาจาก ผลงานวาดภาพ Na Young Wu 

ซีรี่ย์เกาหลี W TWO WORD

         สวัสดีค่ะ ซารังจีฮเย มาพร้อมกับซีรี่ย์เกาหลีเรื่องโปรดในปี 2016 ที่อยากจะมาแนะนำให้ได้ดูกัน เรื่องนี้เป็นผลงานของ  อีจงซอก และ ฮันฮโยจู พระนางที่มาสร้างความฟินทะลุจอกับบทละครที่แหวกแนวสุดๆ เรื่อง W TWO WORLD  

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ w two world

นักแสดงนำ
อีจองซอก รับบทเป็น คังซอล
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ อีจงซอก
ฮันฮโยจู รับบทเป็น โอยอนจู 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ w two world


เรื่องย่อ 

          นางเอกเป็นศัลยแพทย์ทรวงอกชื่อโอยอนจู เธอมีพ่อเป็นนักเขียนการ์ตูนที่คนอ่านติดกันทั้งบ้านทั้งเมือง และจู่ๆ พ่อของเธอก็หายตัวไป โอยอนจูได้อ่านการ์ตูนที่พ่อของเธอกำลังเขียนอยู่แต่ภาพที่เธอเห็นคือคังชอลพระเอกของเลือดกำลังนอนจมกองเลือดอยู่ และเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อโอยอนจู ถูกมือลึกลับดึงหายเข้าไปในจอภาพ และได้เจอกับคังซอลที่กำลังบาดเจ็บสาหัสอยู่ ด้วยความเป็นหมอ โอยอนจูจึงทำการรักษาคังซอลได้สำเร็จ และเธอก็ได้รู้ว่าโลกที่เธออยู่เป็นโลกของการ์ตูนที่พ่อสร้างขึ้น และหากเธอต้องการจะกลับไปในโลกแห่งความจริงเธอจะต้องทำทุกอย่างให้การ์ตูนจบตอนให้ได้ 

           คังซอลเป็นนักกีฬายิงปืนเหรียญทองที่ถูกใส่ร้ายว่าฆ่าคนในครอบครัวจนตายหมดทุกคนทำให้เขามีอดีตที่น่าสลดใจ โอยอนจูใช้ชีวิตไปๆ มาๆ ระหว่างโลกการ์ตูนและโลกความเป็นจริง ทุกครั้งที่คังซอลถูกเขียนบทให้อยู่ในอันตราย โอยอนจูก็จะช่วยเขาด้วยการเปลี่ยนบทให้ 

           คังซอลตกหลุมรักโอยอนจูจนทัั้งคู่ได้มีเวลาที่ดีร่วมกัน  



ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ w two world 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ w two world


รายละเอียด 

ประเภท                  รัก / ประโลมโลก / สืบสวน / จินตนิมิต
ผู้เขียนบท               ซง แจชอง
ผู้กำกับ                   ชอง แดยุน
จำนวนตอน              16  ตอน
ความยาวตอน           70 นาที
สถานี                    MBC
การออกอากาศ         20/7/2016 – 14/9/2016

เจ้าที่แรงแค่ไหน เธอก็ไม่กลัว ลบหลู่จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด!!

               เอาเรื่องผีมาฝากอีกแล้วจ้าา นี่มันบล๊อกอะไรกันหนอ ฟังไปพิมพ์ไป ก็สนุกดีเหมือนกัน เรื่องผีเด็ดๆ นี่ต้องฟัง The shock FM ที่เด...

About us