เขาบอกว่าคำสาปแช่งจากปากคนนี่มันยิ่งกว่าหายนะ คงไม่มีใครอยากโดนสาปโดนแช่งกันหรอกจริงไหมคะ แต่เพียงเพราะความเป็นเด็ก ความเหนื่อยล้า ความหงุดหงิด มันทำให้คนๆ หนึ่งต้องกระทำให้สิ่งที่ไม่ควรทำ และทำให้เธอโดนคำสาปแช่งมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ซารังจีฮเยฟังมาจากรายการ The Shock FM คลื่นวิทยุที่เป็นอันดับหนึ่งในการนำเสนอเรื่องราวลึกลับ และซารังจีฮเยถือว่าเป็นแฟนคลับตัวยงของรายการนี้ ฟังเช้า ฟังเย็น ฟังแล้วอยากให้คนอื่นได้ฟังด้วย แต่ก็เข้าใจว่าบางคนไม่กล้าฟังความสยองนั่น ซารังจีฮเยเลยพิมพ์มาให้อ่านกันค่ะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องของยายของเพื่อนของคุณก้อยที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน ในตอนนั้นคุณก้อยอายุประมาณสิบห้า คุณก้อยเคยไปเที่ยวบ้านยายของเพื่อนที่ปากเกร็ด ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าไป ยายของเพื่อนคุณก้อยเป็นคนมอญ ตอนนั้นยายอายุประมาณแปดสิบห้า ลักษณะรูปร่างผอมบาง ผมขาวยาวเกล้ามวย บ้านยายอยู่แถวปากเกร็ด ในห้องของยายจะมีหม้อดินแขวนอยู่ในห้อง โดยคุณก้อยได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่าคุณยายของเพื่อนคุณก้อยเลี้ยงผี ทำให้ตอนนั้นคุณก้อยค่อนข้างจะกลัวยายคนนี้มาก
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คุณยายป่วย ต้องมารักษาตัวในเมือง และมานอนพักที่บ้านของเพื่อนคุณก้อย ทำให้คุณก้อยมีโอกาสได้ไปดูแลคุณยายช่วยเพื่อนด้วย ตอนนั้นคุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว คืออุจจาระปัสสาวะเรี่ยราด ตอนนั้นคุณก้อยก็ไม่อยากทำ แต่ก็สงสารเพื่อน เพราะพ่อกับแม่เพื่อนไม่อยู่ เพื่อนคุณก้อยเริ่มโมโหคุณยายที่ทำบ้านสกปรก ตอนนั้นคุณยายเลอะเลือนจนถึงขั้นกินอุจจาระตัวเอง คุณก้อยก็บอกเพื่อนดู แต่ด้วยความที่เพื่อนไม่พอใจคุณยายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงบอกให้ปล่อยให้กินไปเลย ชอบทำให้สกปรกดีนัก จนคุณยายอาการหนักต้องไปหาหมอ แล้วคุณยายก็ขอกลับบ้าน แต่ไม่ทันได้กลับแกก็เสียชีวิตก่อน ก็ต้องเอาศพไว้ที่บ้านเพื่อนของคุณก้อย พอมาถึงบ้านแล้วพ่อแม่ของเพื่อนก็จะไปตามผู้ใหญ่มา โดยให้คุณก้อยกับเพื่อนเฝ้าศพที่นอนอยู่บนเสื่อ ทั้งสองคนก็กลัวมากเพราะเป็นเวลากลางคืนแถมหมายังหอนเสียงดังอีกต่างหาก บ้านของเพื่อนคุณก้อยเป็นลักษณะบ้านไม้คนจีนเป็นประตูบานพับ ทั้งสองก็เปิดประตูทิ้งไว้จนชวนกันออกไปนั่งรอที่หน้าบ้าน จุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่าง จู่ๆ ก็มีแมวดำเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสองก็ช่วยกันจับไว้ พอผู้ใหญ่กลับมาก็เอาศพคุณยายไปที่ปากเกร็ดบ้านคุณยาย ห้องน้ำบ้านคุณยายจะเป็นแบบสมัยก่อนคืออยู่นอกตัวบ้าน พอไปเข้าห้องน้ำก็จะได้ยินเสียงเหมือนคนเรียก ซึ่งเสียงเหมือนคุณยายมาก ก็เลยตัดสินใจไม่ไปเข้าห้องน้ำกัน
จนถึงวันเผา จะใช้วิธีการเผาแบบเอาศพห่อเสื่อบนแท่งปูนลักษณะสี่เหลี่ยมแล้วเอาฟืนมาวางซ้อนเอาศพวางทับแล้วก็จุดไฟเผา ระหว่างเผาอยู่ดีดีศพของยายก็ดีดขึ้นลุกขึ้นนั่ง แล้วคนในงานคนหนึ่งอยู่ดีดีก็ร้องไห้เป็นเสียงยาย แล้วก็พูดออกมาว่า "อีจุ๋มมันแกล้งกูตอนกูป่วย มันปล่อยให้กูกินขี้ ขอให้มึงไม่มีคนรัก ขอให้อยู่กับใครไม่ได้ กูเกลียดมัน" ผู้หญิงคนนั้นพูดประมาณนี้ ซึ่งคุณก้อยและเพื่อนก็ตกใจมากเพราะไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ส่วนศพคุณยายที่เผาอยู่พอสัปปะเหร่อดันลง ก็ดีดขึ้นนั่งอยู่ตลอด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะว่าเรื่องที่เพื่อนคุณก้อยปฏิบัติกับคุณยายไม่มีใครรู้ จนทุกวันนี้เพื่อนคุณก้อยคนนี้ก็ยังไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัว ซึ่งตรงกับคำสาปแช่งของยาย
ได้รู้แบบนี้แล้ว มีใครที่อยากโดนสาปโดนแช่งอีกไหมคะ
ฟังแบบเต็มๆ ได้ที่ คำแช่ง - หลอน ศาสตร์
เรื่องนี้เป็นเรื่องของยายของเพื่อนของคุณก้อยที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน ในตอนนั้นคุณก้อยอายุประมาณสิบห้า คุณก้อยเคยไปเที่ยวบ้านยายของเพื่อนที่ปากเกร็ด ซึ่งต้องนั่งเรือเข้าไป ยายของเพื่อนคุณก้อยเป็นคนมอญ ตอนนั้นยายอายุประมาณแปดสิบห้า ลักษณะรูปร่างผอมบาง ผมขาวยาวเกล้ามวย บ้านยายอยู่แถวปากเกร็ด ในห้องของยายจะมีหม้อดินแขวนอยู่ในห้อง โดยคุณก้อยได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่าคุณยายของเพื่อนคุณก้อยเลี้ยงผี ทำให้ตอนนั้นคุณก้อยค่อนข้างจะกลัวยายคนนี้มาก
มีอยู่ช่วงหนึ่งที่คุณยายป่วย ต้องมารักษาตัวในเมือง และมานอนพักที่บ้านของเพื่อนคุณก้อย ทำให้คุณก้อยมีโอกาสได้ไปดูแลคุณยายช่วยเพื่อนด้วย ตอนนั้นคุณยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว คืออุจจาระปัสสาวะเรี่ยราด ตอนนั้นคุณก้อยก็ไม่อยากทำ แต่ก็สงสารเพื่อน เพราะพ่อกับแม่เพื่อนไม่อยู่ เพื่อนคุณก้อยเริ่มโมโหคุณยายที่ทำบ้านสกปรก ตอนนั้นคุณยายเลอะเลือนจนถึงขั้นกินอุจจาระตัวเอง คุณก้อยก็บอกเพื่อนดู แต่ด้วยความที่เพื่อนไม่พอใจคุณยายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงบอกให้ปล่อยให้กินไปเลย ชอบทำให้สกปรกดีนัก จนคุณยายอาการหนักต้องไปหาหมอ แล้วคุณยายก็ขอกลับบ้าน แต่ไม่ทันได้กลับแกก็เสียชีวิตก่อน ก็ต้องเอาศพไว้ที่บ้านเพื่อนของคุณก้อย พอมาถึงบ้านแล้วพ่อแม่ของเพื่อนก็จะไปตามผู้ใหญ่มา โดยให้คุณก้อยกับเพื่อนเฝ้าศพที่นอนอยู่บนเสื่อ ทั้งสองคนก็กลัวมากเพราะเป็นเวลากลางคืนแถมหมายังหอนเสียงดังอีกต่างหาก บ้านของเพื่อนคุณก้อยเป็นลักษณะบ้านไม้คนจีนเป็นประตูบานพับ ทั้งสองก็เปิดประตูทิ้งไว้จนชวนกันออกไปนั่งรอที่หน้าบ้าน จุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่าง จู่ๆ ก็มีแมวดำเดินเข้ามาในบ้าน ทั้งสองก็ช่วยกันจับไว้ พอผู้ใหญ่กลับมาก็เอาศพคุณยายไปที่ปากเกร็ดบ้านคุณยาย ห้องน้ำบ้านคุณยายจะเป็นแบบสมัยก่อนคืออยู่นอกตัวบ้าน พอไปเข้าห้องน้ำก็จะได้ยินเสียงเหมือนคนเรียก ซึ่งเสียงเหมือนคุณยายมาก ก็เลยตัดสินใจไม่ไปเข้าห้องน้ำกัน
จนถึงวันเผา จะใช้วิธีการเผาแบบเอาศพห่อเสื่อบนแท่งปูนลักษณะสี่เหลี่ยมแล้วเอาฟืนมาวางซ้อนเอาศพวางทับแล้วก็จุดไฟเผา ระหว่างเผาอยู่ดีดีศพของยายก็ดีดขึ้นลุกขึ้นนั่ง แล้วคนในงานคนหนึ่งอยู่ดีดีก็ร้องไห้เป็นเสียงยาย แล้วก็พูดออกมาว่า "อีจุ๋มมันแกล้งกูตอนกูป่วย มันปล่อยให้กูกินขี้ ขอให้มึงไม่มีคนรัก ขอให้อยู่กับใครไม่ได้ กูเกลียดมัน" ผู้หญิงคนนั้นพูดประมาณนี้ ซึ่งคุณก้อยและเพื่อนก็ตกใจมากเพราะไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง ส่วนศพคุณยายที่เผาอยู่พอสัปปะเหร่อดันลง ก็ดีดขึ้นนั่งอยู่ตลอด ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะว่าเรื่องที่เพื่อนคุณก้อยปฏิบัติกับคุณยายไม่มีใครรู้ จนทุกวันนี้เพื่อนคุณก้อยคนนี้ก็ยังไม่มีแฟน ไม่มีครอบครัว ซึ่งตรงกับคำสาปแช่งของยาย
ได้รู้แบบนี้แล้ว มีใครที่อยากโดนสาปโดนแช่งอีกไหมคะ
ฟังแบบเต็มๆ ได้ที่ คำแช่ง - หลอน ศาสตร์

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น